ถ้าโกรธหรือไม่สบอารมณ์ จะทำอย่างไร                                                                                       กลับหน้าแรก 
 
 
 
 เนื้อความ : 
ถ้ามีอารมณ์โกรธ หรือไม่ถูกอารมณ์ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะระงับมันได้อย่างไร (ขอที่ทำมาแล้วได้ผล ไม่ใช่คิดเอา)
 จากคุณ : Vicha [ 6 ก.ย. 2543 / 22:07:00 น. ]  
     [ IP Address : 203.151.36.3 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 1 : (listener) 
เมื่อ ผมโกรธ คน ผมคิดว่า เขาคงคิดว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว แต่เขาก็เป็นมนุษย์สามัญที่ คุ้มดีคุ้มร้าย บกพร่อง และน่าสงสารไม่ต่างกับเรา 

เมื่อผมไม่สบอารมณ์ สถานการณ์ ผมพิจารณา 2 ประการคือ 
ความอนิจจัง ของสถานการณ์  คือเดี๋ยวมันก็เปลี่ยนไป  
ความยาวนานของวัฏสงสาร เรื่องที่เราทุกข์ใจเดี๋ยวนี้ อีก  10 ปี ก็ลืม และยิ่งหากเทียบกับอายุของจักรวาล ก็ยิ่งไร้ความหมาย

 จากคุณ : listener [ 6 ก.ย. 2543 / 22:16:15 น. ]  
     [ IP Address : 203.126.110.34 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 2 : (tchurit) 
โกรษ ก็ต้องจับความโกรษให้ได้ก่อน 
อย่าปล่อยให้มันเป็นฐานในการสร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา 
ถ้ายังไม่มีปัญญาหรือแนวทางแก้ไขในสถานการณ์นั้นได้ ก็หลบออกมาจากสถานการณ์นั้นก่อน 
ใช้ปัญญาพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นโดยใช้ธรรมหรือความถูกต้องเป็นหลังโดยปลอดจากความคิดที่เจื้อด้วย ตัฒหา มานะ ทิฐิ ของเรา 
แล้วก็จะพบวิธีที่จะปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำต่อไปเองครับ
 จากคุณ : tchurit [ 7 ก.ย. 2543 / 07:46:39 น. ]  
     [ IP Address : 203.157.42.217 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 3 : (หนู40) 
โกรธนั้นเหมือนกับไฟ มันร้อนอยู่ในใจ 

เมื่อโกรธต้องรู้ตัวให้ได้ก่อนว่าโกรธ จะรู้ตัวให้ดีกว่านั้นก็ต้องรู้ตัวให้ได้ก่อนที่จะโกรธเสียอีกว่า นี่ฉันกำลัง จะ โกรธแล้วนะ 

พอโกรธขึ้นมา ต้องยั้งให้ได้ จับอารมณ์ของตนให้ได้ เมื่อจับอารมณ์ได้แล้ว เจ้าตัวโกรธกับตัวผู้รู้จะเป็นคนละตัวกัน กลับเป็นว่าผู้รู้เฝ้าดูความโกรธนี่สนุกไป โกรธจึงอยู่แค่ภายในไม่มีโอกาสแสดงออกมาภายนอก 

ยากกว่านั้นต้องละความโกรธให้ได้ เร็วแสนเร็ว ให้เร็วกว่าความโกรธเสียอีก จับอารมณ์โกรธแล้วมองให้เห็นว่ามันเป็นทุกข์ ทุกข์นี้ยึดมันไว้ทำไม หยุดเสียดีกว่า 

เริ่มต้นทั้งหมดนี้ ต้องมาจากสติ สติมาจากสมาธิ สมาธิมาจากการฝึกฝน เมื่อมีสติแล้วก็จะมีโอกาสใช้ปัญญา ถ้าไม่มีสติแล้วจะไม่มีทางสู้กับเจ้าความโกรธนี้ได้เลย

 จากคุณ : หนู40 [ 7 ก.ย. 2543 / 09:34:47 น. ]  
     [ IP Address : 203.170.128.192 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 4 : (นายสงบ) 
ก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกรู้หาสาระไม่ได้ ก็รุ้มันกลางๆครับ
 จากคุณ : นายสงบ [ 7 ก.ย. 2543 / 12:10:02 น. ]  
     [ IP Address : 203.151.125.178 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 5 : (คนเลวๆ) 
เมื่อผมโกรธ ผมไม่รู้ตัวหรอกครับ ขณะที่โกรธ 
แต่ ครู่นึงก็จะรู้ตัว มีสติ อ้อนี่เราโกรธ แล้วก็ เลิก 
หายใจ เข้า ออก  ตั้งจิตที่ปลายจมูกสัก 10 ครั้ง (ให้ได้) 
มาคิดดู ทำไปก็ไม่สบายใจ คนอื่นก็ไม่ได้มาทุกข์ร้อนอะไร กะเรา 
จะโกรธไปทำไม 

มีศิล ก่อน ส่งเสริมสติ หนุนเกิดสมาธิ ส่งผลให้เกิดปัญญา

 จากคุณ : คนเลวๆ [ 7 ก.ย. 2543 / 12:20:09 น. ]  
     [ IP Address : 203.147.17.99 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 6 : (หนู) 
ตอบเหมือนคุณสงบค่ะ
 จากคุณ : หนู [ 7 ก.ย. 2543 / 14:04:19 น. ]  
     [ IP Address : 144.9.158.88 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 7 : (4) 
ผมคิดว่า บางทีคนที่ทำให้เราโกรธ ตัวเขาเองยังไม่เดือดร้อนอะไร 
แต่เรากลับมีความวุ่นวายในใจ ยังงี้ถือว่าเราโง่ครับ 
แล้วคิดอีกว่า ที่ทำก็เป็นสิทธิ์ของเขา เช่นถ้าเขาด่าเรา ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขา 
เป็นปากของเขาที่ เขาพึ่งพูดได้ และคำพูดก็เป็นแค่เพียงลมปาก เราจะถือโกรธลม ก็ถือว่าเราโง่มาก 
หรือ คิดว่า ทั้งหมดก็เป็นแค่ธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เราจะไปโกรธอะไรกับ ดิน 
เราจะโกรธทำไมกับลม/น้ำ/ไฟ ตัวเราเองก็ไม่ต่างกันเลย 
ถ้าเราไปถือโทษโกรธธาตุ 4 ก็ต้องบอกตัวเองว่า โง่มาก 
เรียกว่า เราพยายามสนใจแต่ตัวเราพอ ดูว่าเรายังเลวไหม ดูว่าอารมณ์ใจเราเคลื่อนไปไหม ตามโลกธรรม 8 ถ้ายังตามอารมณ์ก็ถือว่าเราประมาทไปแล้ว 
ประมาทไปแล้ว ก็คือก้าวลงนรกแล้ว โดยคิดว่า ถ้าเราตายตอนนั้น จิตมันขุ่น จะนำเราเข้านรกแน่ 

ผมคิดอย่างนี้ครับ แล้วก็ใช้ได้ผล  แต่บางทีกว่าจะมีสติก็โกรธไปแล้ว พอมีสติก็ระลึกอยู่แล้วพิจารณาตามที่บอกไว้ข้างบนครับ

 จากคุณ : 4 [ 7 ก.ย. 2543 / 16:22:04 น. ]  
     [ IP Address : 203.121.130.156 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 8 : (Vicha) 
  
สำหรับผม ซึ่งเป็นคนเก็บกดตนเองมาตั้งแต่เด็ก  และหัดระลึกให้รู้ตัวอยู่เสมอ  ดังนั้นเวลาโดนคนอื่นชี้หน้าด่า  
ต่อหน้าต่อตา  หรือโดนต่อว่าเจ็บๆ  (ในชีวิตนี้ประสบมาแล้วหลายครั้ง เพราะฐานะในขณะนั้น  
มันง่ายต่อคนที่ไม่พอใจเราเพียงนิดเดียว  แล้วสามารถด่าเราได้อย่างไม่ต้องยั่ง)  เมื่อโกรธขึ้นมาในใจอย่างแรง  
ความรู้สึกก็จะจี้กดทับความโกรธนั้นทั้นที ไม่ปะทุออกทางกายและวาจาในขณะนั้น  แต่หูอื่อหยุดตัวเองนิ่ง  
แล้วค่อยคลายเปี่ยนความรู้สึกไปรู้ที่ร่างกายแต่นิ่งไว้  แล้วความโกรธก็ค่อยหายไป 
            ถ้าไม่ถูกอารมณ์หรือโดนขัดใจ ความรู้สึกจะตามบล็อกอารมณ์นั้น ถ้าเป็นญาติๆ  หรือคนในครอบครัว  
ก็จะแสดงอาการให้เห็น เพราะรู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่ลุกลามไปกว่านั้น  
ถ้าเป็นคนอื่นจะกดตัวเองทันที่ไม่แสดงออกทางกายและวาจา  อารมณ์นั้นก็ค่อยหายไป 
    หมายเหตุ อารมณ์ทั้ง 2 จะหายไปทันที่  หรือบรรเทาลงทันที ในขณะที่อารมณ์กำลังจะปะทุหรือปะทุ  
เมื่อสตินึกถึงธรรมมะ โกรธนั้นดีหรือ โกรธไปทำไม่ หรือไม่ต้องนึกพอมีสติรู้ตัว อารมณ์นั้นก็บรรเทาไปทันที  
ดังนั้นบุคคลในครอบครัว และบุคคลข้างนอก จะเห็นว่าผมเป็นคนใจเย็น ไม่มีเรื่องมาก แต่ความจริงแล้วยังพอมีไฟอยู่
 จากคุณ : Vicha [ 7 ก.ย. 2543 / 20:44:16 น. ]  
     [ IP Address : 203.151.36.3 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 9 : (สัจจธรรม) 
อย่าพยายามโต้ตอบด้วยอาการกิริยาใด ๆ  ในขณะที่กำลังโกรธ 

พยายามประคับประคองสติสัมปชัญญะเอาไว้ให้ดี   ในขณะที่กำลังโกรธ 

เมื่ออารมณ์โกรธผ่านไปแล้ว   แล้วค่อยพิจารณาถึงความเกิด-ดับของอารมณ์โกรธ 
หรือจะไม่เก็บมาพิจารณาก็ได้ครับ  

_/l\_ สาธุ...กับทุกท่านด้วยครับ

 จากคุณ : สัจจธรรม [ 8 ก.ย. 2543 / 13:13:19 น. ]  
     [ IP Address : 202.44.32.209 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 10 : (พบบุญ) 
เวลาโกรธ เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มโกรธ ดิฉันพยายามคิดว่า ตอนนี้เราทำหน้าที่ของเราดีที่สุดแล้ว   และคิดว่าเขาก็กำลังพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาเองแล้ว ถ้าเราใช้อารมณ์โกรธ เราจะทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่ดี และเขาก็จะเริ่มไม่ฟังเราเช่นกัน 
      พยายามคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราโกรธ มันไม่ใช่ ของของเรา 
ถ้าควบคุมไม่ได้จริงๆ ก็จะเดินหนี เงียบไปเลยค่ะ เพราะรู้ตัวว่า ถ้าโกรธ จะทำอะไรรุนแรงมาก จนขาดสติ
 จากคุณ : พบบุญ [ 8 ก.ย. 2543 / 17:02:45 น. ]  
     [ IP Address : 203.155.73.22 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 11 : (apidjata@hotmail.com) 
มีสติอยู่กับผู้รู้  
ให้ผู้รู้อยู่กับสติ 
ขาดสติมีแต่ผู้รู้อย่างเดียว ไม่สามารถระงับอารมณ์โกรธได้ 
อารมณ์จะหายไปตามกฎธรรมชาติ แต่ไม่ได้ระงับโดยผู้รู้ 
ถึงจะมีสติอยู่กับผู้รู้ ก็ระงับได้เป็นครั้งคราว 
จึงจำเป็นต้องหมั่นฝึกสติให้มาก จนเป็น มหาสติ จึงมีโอกาสใช้ปัญญาในการระงับความโกรธ
 จากคุณ : apidjata@hotmail.com [ 15 ก.ย. 2543 / 11:59:55 น. ]  
     [ IP Address : 203.170.139.112 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 12 : (เณรน้อย) 
คุณวิชาครับ ผมมีนิทานที่เป็นความจริงมาเล่าให้ฟัง 2 เรื่องดังนี้ 
เรื่องแรก  พระอาจารย์กับลูกศิษย์ เรื่องมีอยู่ว่าครั้งหนึ่ง  พระอาจารย์พาลูกศิษย์ธุดงด์เข้าป่า  แต่ระหว่างทางพระทั้ง 2 ได้ผ่านแม่น้ำใหญ่แห่งหนึ่ง  บังเอิญใด้มีเหตุหญิงสาวนางหนึ่งตกน้ำ  และต้องการความช่วยเหลือ พระอาจารย์เห็นว่าหากไม่ช่วยหญิงสาวนั้นต้องจมน้ำตาย  ด้วยความเมตตาพระอาจารย์จึงได้ให้ความช่วยเหลือ  โดยที่พระอาจารย์ต้องลงน้ำและเข้าอุ้มหญิงสาว  ที่กำลังหมดสติขึ้นมาจากน้ำ   ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้อยู่ในสายตาของพระลูกศิษย์โดยตลอด  ด้วยความคิดของพระลูกศิษย์  ที่คิดว่าพระอาจารย์ของเราไม่บริสุทธิ์  ในพรหมจรรย์เสียแล้ว เพราะได้ถูกเนื้อต้องตัวหญิงสาว  และในความคิดนั้นพระอาจารย์ผู้บรรลุมรรคผลแล้ว  ได้ล่วงรู้ในความคิดของลูกศิษย์  แต่เพราะพระอาจารย์ต้องการสอนให้พระลูกศิษย์รู้ว่า  การเก็บเอาอารมณ์ต่างๆที่ไม่ดีนั้นไว้จะเกิดผลอย่างไร  พอพระลูกศิษย์คิดว่าพระอาจารย์ไม่บริสุทธิ์  ก็คิดว่าหากว่างเมื่อไหร่ก็จะถามพระจารย์  แต่พอถึงเวลาที่พระลูกศิษย์จะถามพระอาจารย์ผู้สิ้นกิเลสแล้ว  ก็บันดาลให้พระลูกศิษย์ลืมที่จะถาม  แต่พอคลายมนต์สกดพระลูกศิษย์นึกขึ้นมาได้  ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดว่า  พระอาจารย์ไม่บริสุทธิ์จนล่วงเลยมาเป็นเวลาถึง 7 วันร่างกายเริ่มผ่ายผอม  พระอาจารย์เห็นว่าสมควรแก่การสอนแล้ว  เพราะเห็นว่าหากปล่อยไว้มากกว่านี้พระลูกศิษย์จะเกิดความทุกข์ทั้งกายและใจ  ก็คลายมนต์สกด  พระลูกศิษย์นึกขึ้นมาได้  ก็ได้เรียนถามพระอารย์ว่า  ท่านอารย์ครับผมกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว  อยากจะถามอาจารย์สักนิดจะได้ใหมครับ  พระอารย์ก็ถามว่า มีอะไรหรือ  พระลูกศิษย์ก็ได้เล่าความทุกข์ใจ  ตั้งแต่วันที่พระอาจารย์ได้ช่วยเหลือหญิงสาวในคราวที่ตกน้ำนั้นให้ฟัง  พอพระอาจารย์ได้ฟัง  พระอาจารย์ก็กล่าวขึ้นมาว่า  โถ.....นึกว่าอะไร   ข้าน่ะเอามันทิ้งไว้ตรงนั้นตั้งแต่ข้าช่วยมันวันนั้นแล้ว  ทำไมเอ็งยังเก็บมาเป็นความทุกข์ใส่ใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับถึงป่านนี้เชียวหรือ  พระลูกศิษย์คิดได้ว่าโถเราไม่น่าเลยอุตส่าห์ เก็บความทุกข์ไว้ตั้งนาน  ซึ่งที่จริงแล้วพระอาจารย์ไม่ได้คิดอะไรเลย  คิดได้แล้วพระลูกศิษย์ก็ก้มลงกราบ  ด้วยความเคารพสุดหัวใจเหมือนยกภูเขาออกไปจาก อก   พระอาจารย์ได้ให้โอวาทเพิ่มเติมว่า  ความทุกข์ความเดือดร้อนนั้นอยู่ที่ใจ  การขังเอาอารมณ์ที่ไม่ดีไว้จะเกิดความทุกข์  ความผูกโกรธก็ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นทุกข์  ทั้งๆที่คนที่เราโกรธนั้นเขานอนสบาย  แต่เราซิต้องทนทรมานกับอารมณ์เหล่านี้  วันนี้ขอเรื่องเดียวก่อน ถ้าหากว่าสนใจ  ยังมีอีก 1  ที่ประสบมากับตัวเองถ้าชอบหรือพอจะดับความโกรธได้จะมาเล่าให้ฟังขอมาซิ 
 จากคุณ : เณรน้อย [ 15 ก.ย. 2543 / 12:32:10 น. ]  
     [ IP Address : 203.144.251.66 ] 
 
 
 ความคิดเห็นที่ 13 : (Vicha) 
สาธุ ในธรรมที่คุณ apidjata 
 จากคุณ : Vicha [ 15 ก.ย. 2543 / 20:37:39 น. ]  
     [ IP Address : 203.151.36.3 ] 
 

จบกระทู้บริบูรณ์

 กลับหน้าแรก